Feeds:
Posts
Comments

Archive for September, 2007

พี่สาวได้ไปฟังสัมมนาเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กในท้อง แล้วเล่าให้เหมียวฟัง
วันนี้ว่าง ๆ เลยมา แชร์กันจ้า
พอเด็กเริ่มดิ้นเราก็กระตุ้นพัฒนาการเค้าได้แล้ว
1. ตบท้องเบา ๆ ตอนที่เค้าดิ้น พอเค้าดิ้น 1 ที ก็ตบกลับไป 1 ที ถ้า 2 ก็ตบ 2 ที
พอทำบ่อย ๆ เข้า ลองตบที่ท้องก่อนบ้าง เค้าจะดิ้นกลับมานะ
2. พ่อ&แม่ ร้องเพลงให้เค้าฟัง เพลงง่าย ๆ ร้องซ้ำ ๆ เค้าจะจำได้
พอคลอดออกมา เค้าจะตั้งใจฟังเพลงเดิมที่เคยได้ยิน
3. นั่งเก้าอี้โยก หรือว่าโยกตัวไปมาเป็นจังหวะ
พอคลอดแล้ว คอจะแข็งเร็ว
4. พอท้องได้ 7 เดือน ให้ปิดไฟให้มืดแล้ว ส่องไฟฉาย กระพริบกระพริบที่ท้อง
เลื่อนไปเรื่อย ๆ ประมาณ 5 นาที
ฝึกการใช้สายตา
5. เวลาอาบน้ำเอาฝักบัวมาฉีดที่ท้อง พร้อมกับบอกเค้าไปด้วย
พอคลอดออกมาแล้วจะชอบอาบน้ำ
6. ลูบท้องบ่อย ๆ ให้เค้าสัมผัสกับความอบอุ่นจากเรา พร้อมพูดคุยกับเค้าไปด้วย
7. เอาน้ำแข็งประคบแล้วลองเลื่อนไปมา เค้าจะเลื่อนตัวหนี
ทุกข้อที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ควรทำตอนที่เค้าตื่นอยู่ เพราะอ่านเจอว่าถ้าไปปลุกตอนเค้าหลับ
จะทำให้มีความเสี่ยงเป็นเด็กไฮเปอร์ หรือสมาธิสั้นได้จ๊ะ

Read Full Post »

นัดหมอครั้งที่ 5 : 12-9-50 : อายุ 21 สัปดาห์ (5 เดือน)
วันนี้ตรวจอุลตร้าซาวน์โครงสร้าง ทุกอย่างปกติดี ทั้งหัว ท้อง แขน ขา น้ำคร่ำ รก
แต่หนูเป็นเด็กเรียบร้อยนอนหุบขามิดชิด แถมมือยังประสานกันด้วยนะ
ถึงจะไม่เห็นชัด ๆ แต่หมอก็ยังฟันธงว่า เป็นเด็กผู้หญิงค่ะ
พอตรวจไปตรวจมา ก็เริ่มโบกมือทักทายด้วยนะ ไปดูรูปโบกมือกันเลย

โบกมือเสร็จก็สกายคิ๊ก! ต่อค่ะ

Read Full Post »

ตอนนี้ก็ 19 weeks แล้วนะ
เช้าวันที่ 24-8-50 เริ่มรู้สึกเหมือนมีฟองอากาศ บุ๋ง ๆ อยู่ในท้อง
เอ ท้องร้อง หรือว่าลูกดิ้นกันเนี่ย ??
แต่จากที่อ่านมาท้องแรกจะรู้สึกว่าลูกดิ้นประมาณสัปดาห์ที่ 19-20 เนี่ยแหละ
ถ้าท้องหลัง ๆ จะรู้สึกตอน 16 สัปดาห์ เพราะว่าหน้าท้องขยายแล้ว
ส่วนคนที่มีไขมันหน้าท้องหนาก็อาจจะรู้สึกช้ากว่าคนอื่นนะ
(ขอลบรูปโชว์ท้องทิ้งนะ มีคนเอารูปเราไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต แย่จริง ๆ)
ท้องโตยังจ้า

Read Full Post »

วันที่ 23-8-50 : อายุ 19 สัปดาห์
วันนี้มีสัมมนาบัญชีที่ รร.บันยันทรี สาทร
หลังจากทานบุฟเฟ่ท์กลางวันเสร็จ มีอาการปวดท้อง เหมือนมีอะไรมาดึง ๆ แถว ๆ ด้านขวาข้างสะดือ
แต่ไม่มีเลือดออกนะ ค่อยยังชั่ว
ตอนเดินก็เจ็บ นั่งขยับนิดหน่อยก็เจ็บ ทำไงดี ทำไงดี ยิ่งเครียดก็ยิ่งปวดท้อง
รีบโทรหาแมว ก็ไม่รับสาย (มัวแต่คุยเรื่อง Landmark Forum)
โทรหาพี่สาวก็กำลังยุ่งบอกจะโทรกลับ
โทรหาหม่าม้า ไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ หม่าม้าก็ถามว่านั่งนานรึเปล่า ถ้าไม่สบายใจไปหาหมอเลย
เราก็ตัดสินใจโทรไปบำรุงราษฎร์ พยาบาลบอกว่า บางคนจะมีอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด
(เราไม่ใช่อาการนั้นแน่นอนค่ะ) ถ้าจะมาหาหมอต้องเป็นท่านอื่นเพราะ อ.บุญชัยไปต่างประเทศ
แล้วแมวก็โทรกลับมา บอกว่าจะมารับ แต่กว่าจะมาคงอีกซักพัก
ด้วยความใจร้อน ห่วงกลัวลูกเป็นไรเปล่า เลยบอกให้ไปรับที่ รพ. BNH ฝั่งตรงข้ามดีกว่า
ว่าแล้วเราก็นั่งแท๊กซี่ไปเอง ระหว่างทางพี่สาวก็โทรมาว่าดีแล้วไปหาหมอละกัน
เมื่อพบหมอ ก็ทำการฟังเสียงหัวใจลูก ก็ปกติ
หมอกด ๆ ท้องรอบ ๆ ก็ไม่เจ็บ
หมอเลยสรุปว่า ปวดกล้ามเนื้อท้อง เพราะนั่งท่าเดิมนาน ๆ แล้วเราเกร็งท้องโดยไม่รู้ตัว กินยาแก้ปวดได้
ตอนนี้ท้อง 4 เดือน แล้ว โอกาสที่จะกระทบกระเทือนลูกน้อยมาก ไม่ต้องกังวล แล้วลูกจะอยู่ตรงกลางท้อง
แต่นี่ปวดข้าง ๆ รอบนอกก็ไม่เกี่ยวกับลูกแน่นอน ต่อไปจะมีอาการปวดหลังได้ ไม่ต้องเป็นห่วง
พอเดินออกจากห้องตรวจ เฮ้ย! ทำไมหายปวดเลยง่ะ เลยจ่ายค่าความสบายใจไป 600 บาท
มารู้ทีหลังว่า ตอนแมวออกมาจากโรงงาน สั่งงานกับช่างเครื่องไว้ แล้วบอกว่า เหมียวอยู่โรงพยาบาล
ช่างเครื่องเลยมาถามสาว ๆ บนออฟฟิสว่า คุณเหมียวจะคลอดแล้วเหรอ เค้าก็เลยงงกันว่า
แค่ 4 เดือนเองนะ!!! แล้วท้องก็ยังเล็กม๊ากกกก จะคลอดได้ยังไง

Read Full Post »

นัดหมอครั้งที่ 4 : 11-8-50 : อายุ 17 สัปดาห์ (4 เดือน)
หมอแจ้งผลตรวจเลือดว่า ปกติทุกอย่าง ความเสี่ยงของโรคดาวน์ซินโดรมก็น้อยมาก
ทั้งในแง่อายุ (ถ้าอายุ 35 ขึ้นไปจะเริ่มเสี่ยงกว่าค่ะ), ผลตรวจเลือด
และ อุลตร้าซาวน์ (เค้าจะวัดที่ต้นคอของลูก)
อาการแพ้ท้องก็หายเป็นปลิดทิ้ง เริ่มรับประทานอาหารได้เต็มที่แล้ว เย้เย้
น้ำหนักตลอดทั้งการตั้งครรภ์ ควรเพิ่มประมาณ 12 กก.
แบ่งเป็น ไตรมาสแรก (1-3 เดือน) ควรเพิ่ม 1-1.5 กก    นน. ของเหมียว ลด 1 กก. จาก 47 เป็น 46
ไตรมาส 2  (4-6 เดือน) ควรเพิ่ม 4-6 กก.     วางแผนเพิ่ม 6 กก.  จาก 46 เป็น 52
ไตรมาส 3  (7-9 เดือน) ควรเพิ่ม 6-8 กก.     วางแผนเพิ่ม 6 กก.  จาก 52 เป็น 58
หมอให้ยา เหล็ก และแคลเซียม เหมือนเดิม
ไปดูรูปท้องกันดีกว่า

อ่ะรูปด้านข้าง

ว้า ใช้กล้องมือถือถ่ายไม่ชัดเลย ไว้คราวหน้าจะถ่ายชัด ๆ นะฮ้า
(ขอลบรูปโชว์ท้องนะ มีคนเอาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตค่ะ)

Read Full Post »

กรองดาวน์

นัดหมอครั้งที่ 3 : 14-7-50 : อายุ 13 สัปดาห์ (3 เดือน)
วันนี้หมอนัดอุลตร้าซาวน์  เพื่อหาความเสี่ยงของโรคดาวน์ซินโดรมโดยจะวัดตรงหนังคอเด็ก
และตรวจเลือดเพื่อหาความเสี่ยงดาวน์ซินโดรม และโรคอื่น ๆ ที่มีผลต่อเด็ก เช่นหัดเยอรมัน, เอดส์, ซิฟิลิส ฯลฯ
พอถึงเวลาอุลตร้าซาวน์ หมอก็เอาเครื่องมือมาจิ้มที่ท้องเรา แล้วหมอก็อุทาน เอ๊ะ!!!
เราก็ตกใจ เฮ้ย! ลูกเราเป็นไรเปล่า
หมอก็บอกต่อไปว่า แหม ทำท่าประหลาดเชียว ว่าแล้วก็ไปดูรูปกันนะ

เค้ากำลังดำน้ำอยู่จ๊ะ
แล้วหมอก็บอกว่า 70% เป็นลูกสาวนะ เรากับหม่าม้าแมวก็งง ว่ารู้ได้ไงเห็นแต่ก้น
หมอบอกว่าเด็กผู้หญิงจะก้นแหลม เห็นมั้ยท้องป่องแต่ก้นแหลม
โห! เชื่อแล้วว่าหมอเก่งเรื่องอุลตร้าซาวน์อย่างที่พี่สาวว่าไว้จริง ๆ
ส่วนของพี่สาวน่าจะได้ลูกชาย (ตอนพี่สาวท้อง เสียงกับอิง ได้ 3 เดือน เค้าก็บอกเพศถูกนะ)

Read Full Post »

และแล้วก็ถึงวันนัดหมอครั้งที่ 2 : 16-6-50 : อายุ 8 สัปดาห์ 5 วัน (2 เดือน)
ตอนแรกหมอใช้วิธีนับวันเอาคาดว่าวันนี้เด็กน่าจะมีอายุ 10 weeks  ก็จะได้ตรวจกรองดาวน์ซินโดรมทาง
อุลตร้าซาวน์แล้วเจาะเลือดได้ แต่ปรากฎว่าพอ อุลตร้าซาวน์จริง ๆ หนูเพิ่งอายุได้แค่ 8 weeks 5 days เอง
ตัวยังเล็กเท่าเม็ดมะม่วงหิมพานธ์อยู่เลย (หม่าม้าแมวบอก) สรุปต้องมาอุลตร้าซาวน์ใหม่เดือนหน้า
กำหนดคลอดที่ตอนแรกคิดว่า 2 มค.51 ก็ต้องเลื่อนไปเป็น 21 มค.51 แทนจ้า
ปรึกษาหมอเรื่องแพ้ท้อง หมอบอกว่าดีแล้วเพราะว่าเด็กต้องการสื่อสารกับเราว่าเค้ายังอยู่ดี
แล้วหมอก็ให้ยาเป็น วิตามินบีรวม ช่วยแพ้ท้องได้นิดหน่อย (ขอบอกว่านิดหน่อยจริง ๆ)
กับ ยาที่กินตั้งแต่ครั้งแรก Folic Acid
ใครที่เตรียมการว่าจะท้องก็เริ่มกิน Folic Acid ได้เลยนะ
ช่วยบำรุงสมองลูก กินตั้งแต่ก่อนท้องจนท้องได้ 3 เดือน ถึงหยุด

Read Full Post »

หลังจากไปหาหมอครั้งแรกเพื่อฝากท้องก็ยังไม่มีอาการแพ้ท้องอยู่
แต่แล้ววันนึงขณะที่พูดกับหม่าม้าแมวว่าไม่แพ้เลย หม่าม้าแมวก็บอกว่าอย่างนี้ก็คงไม่แพ้แล้วหละนะ
พอวันรุ่งขึ้นเท่านั้นแหละ แพ้ท้องทันทีค่ะ
อาการจะเป็นว่าคลื่นไส้ตลอดเวลา เหมือนคนเมาเรือ ไม่อยากกินอาหารอะไรเลย
แต่พอนอนแล้วก็สบายขึ้น
เราก็ค้นพบด้วยตัวเองว่าวิธีแก้อาการคลื่นไส้สำหรับตนเองมีดังนี้
1. กินตอนที่หิว อย่าฝืนกินจะทำให้อ๊วกออกมาได้
2. ตอนไหนที่รู้สีกว่ากินได้ ก็กินให้เต็มที่ อย่างเรามื้อเย็นจะกินไม่ได ้ก็กินมื้อเช้ากับกลางวันเยอะหน่อย
แล้วค่อยไปกินมื้อดึกแทนมื้อเย็น
3. กินสไปร์ท หรือว่าน้ำผลไม้ผสมโซดา พร้อมมื้ออาหาร ช่วยได้เยอะมาก
4. ไม่ต้องรู้สึกผิดถ้าไม่ได้กินอาหารที่มีประโยชน์เท่าไหร่ จำไว้ว่ากินอาหารที่ชอบ ดีกว่าไม่ได้รับอาหารอะไรเลย
เพราะ 3 เดือนแรกเด็กในท้องยังมีถุงไข่แดงอยู่และเด็กจะได้รับสารอาหารจาก ไข่แดง
พอพ้น 3 เดือนแล้วอาหารค่อยผ่านทางรกแม่
5. จากข้อ 4. ทำให้เรากินผักไม่ได้ กินแล้วอยากอ๊วกมาก ยิ่งผัดผักน้ำมันเยอะ ๆ ได้กลิ่นก็ไม่ไหวแล้ว
เรากินแซนวิสได้ก็กินไป
6. ก่อนนอนดื่มนม หรือนมถั่วเหลือง
7. ตื่นนอนตอนเช้าให้ดื่มน้ำผลไม้รสหวานก่อนแปรงฟัน เพราะพอแปรงฟันจะอ๊วกออกมาเป็นน้ำผลไม้หวาน ๆ
รสชาติดีกว่าน้ำย่อยขม ๆ
8. พยายามอย่าแปรงฟันหลังอาหารทันทีเพราะจะอ๊วก แต่บางทีที่อึดอัดมากแล้วอยากอ๊วกออกมา
ก็ให้ไปแปรงฟัน ทำให้สบายท้องขึ้นนะ
9. จากที่ศึกษามา ให้กินพวกขนมปังกรอบ กับน้ำขิง แต่เราไม่ได้ผลนะ

Read Full Post »